Archive for April 21st, 2009
เว้ในคืนฝนพร่ำ
มอร์นิ่ง มุกดาหาร
หลังจากที่นอนท่านั่งมา10 ชม.กว่าๆ ก็ถึงมาถึงสถาณีขนส่งจังหวัดมุกดาหารประมาณ 7.30 ทันทีที่ลงจากรถผมรู้สึกถึงไอหนาววิ่งมาปะทะหน้าอย่างจัง
อากาศหนาวพอประมาณ แต่ภายในใจตอนนี้มันหนาวยิ่งกว่า จะทำไงต่อดี แล้วจะต้องเจออะไรบ้าง เพื่อนร่วมทางจะเฮี้ยไหม หลายๆ คำถามโดนยิ่งมาโดยไม่รู้ว่าจะเอาคำตอบจากไหนดี แต่จะให้กลับลำคงไปทันแล้ว สิ่งเดียวตอนนี้คือเดินหน้าอย่างเดียว ไอ่นาย สู้ๆๆ
ดูเหมือนว่าพลังทุกคนจะมีอย่างล้นหลาม ทั้งๆที่ทุกคนต่างล้าจากการเดินทาง หลังจากที่ลงรถก็มุ่งตรงไปที่เค้าเตอร์ขายตั๋วระหว่างประเทศ นับว่าเป็นโชคดีมากเรามาทันรอบที่สามารถตีตั๋วไปถึงเว้ได้เลย เมื่อสอบถามกับพนักงานขายตั๋วแล้ว เราจะไปถึงเมืองเว้ ประมาณห้าโมงเย็น ด้วยราคา 440 บาท บวกค่าผ่านด่านต่างๆ อีก 45 บาท แต่เราต้องไปเปลียนรถที่ท่ารถสะหวันนะเขตอีกรอบ

1.รถโดยสารระหว่างประเทศ 2. อุปกรณ์ที่จำเป็น 3. ใบผ่านแดนที่เราต้องกรอก 4. ด่านที่มุกดาหาร
สะหวันนะเขต
ต่อไปนี้ขอใช้สรรพนาม “เรา” เมื่อมีการกระทำหรือพฤติกรรมกลุ่มตั่งแต่สองคนขึ้นไป
————————————————————————————–
ถึงสถานีขนส่งที่สะหวันนะเขตมีเวลาเหลือประมาณครึ่งชั่วโมงสำหรับจัดการธุระส่วนตัว ที่เมืองลาวก็เหมือนเมืองไทยคือทุกอย่างต้องเสียเงิน แต่ที่นี่รู้สึกว่าจะแพงกว่านิดหน่อย(ไม่รู้เพราะว่าเป็นคนไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ) ยังมีเวลาพอเพราะรู้สึกว่ารถจะเลทแน่ๆ เนื่องจากรอผู้โยสาร เลยตัดสินใจไปหาไรลองท้องก่อน
เดินออกจากสถานีขนส่งเลี้ยวขวาจะเป็นตลาดโพธ์ไทร ได้ก๊วยเตี๋ยวรองท้องคนละชาม ก๊วยเตี๋ยวที่ลาวจะให้ผักเยอะ และที่เด็ดคือน้ำซุปอร่อยมากมาย แต่ราคาจะอับนิดหน่อย(40 บาทไทย)

1.ตั๋วไปเว้ พร้อมใบที่เราต้องกรอก 2. ก๊วยเตี๋ยวที่น้ำซุปอร่อยมาก 3. สกายแลป 4. พาหนะที่เราโดยสาร
———————————————————————————-
การเดินทางอันหฤโหดเริ่มขึ้นอีกครั้ง ที่ลาวพวงมาลัยรถจะอยู่ซ้ายมือในบางครั้งมันแอบทำให้เราเสียวได้บางเวลารถแทรงซ้าย – ขวา ส่วนข้างๆ สองทางคงไม่ต่างกับชนบทในบ้านเรา
พักรถแต่ยังไม่พบรัก
เดินทางมาเกือบครึ่งวันแล้วก้มาถึงจุดพักรถ เราเพิ่งรู้ว่ารถที่เราโดยสารมานี่มีบุคคลหลายเชื้อชาติมาก ฝรั่งหัวทอง แม่หญิงลาว และหนุ่มสาวเวียดกง
จริงๆ แล้วผมยังไม่หิวแต่เมื่อคนขับรถส่งสัญญาณบอกมาว่าเราจะไม่หยุดอีกแล้วน่ะครับจนกว่าจะถึงเว้ ก็เลยหยิบเมนูมาดูว่าจะกินไรดี
แม่เจ้าก๊วยเตี๋ยวชามละ 80 บาทโอ้ววววว แต่เนื่องจาก ไอ่บอลสั่งข้าวผัดไข่ไปแล้ว ไอ่เป้เลยสั่งด้วยเพื่อที่จะไม่ต้องรอนาน เหลือผมคนเดียวก็เลยสั่งแบบเดียวกันทั้งสามคน ประชาธิประไตยดี หุหุ
ข้าวผัดหน้าตาอัปลักษณ์มาก แถมรสชาดยังห่วยแตกอีก กินไปได้ไม่กี่คำก็เลิกกิน แล้วทำพฤติกรรมเหี้ยๆ ของเราออกไปอีกให้คนทำมันรู้ไปเลยว่าห่วย (ตูไม่พอใจน่ะทำแบบนี้) แหมๆ ก็ตั้ง 17000 กีบน่ะให้กินดีหน่อยไม่ได้หรือไง
ก่อนจะขึ้นก็มีชายวัยกลางคน(กลางปลายๆน่ะ) เดินมาคุยด้วย
ชายกลางคน: สวัสดี ไปเที่ยวหรอ
ไอ่นาย : ครับ
ชายกลางคน : คุณมาจากไทยช่ายไหม
ไอ่นาย: (อ่าวแมร่งรู้ได้ไง หน้าตาตูออกจะอินเตอร์) ช่ายๆ แล้วคุณละ
ชายกลางคน: ออสเตรเลีย (ยี้หน้าตาเอเชียงี้น่ะ ออสเตรเลีย)
ไอ่นาย : อืมๆๆๆ (รถจะออกแล้ว) โชคดีน่ะครับ
จริงๆ แล้วดูเหมือนว่าเค้าจะเป็นคนลาวด้วยซ้ำ แต่ภรรยาน่าจะเป็นคนเวียดนาม แต่ที่เด็ดคือลูกสาวทั้งสอง โอ้วววววน่ารักมาก น่ารักจริงๆ คงกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดมั้งเดาเอาเอง
เจอสาว(ไม่)ใหญ่ใจดี
ไม่นานหนักก็มาถึงด่านลาว – เวียดนาม ผู้โดยสารทุกคนต้องมากรอกใบผ่านด่านที่ ตม. และต้องเสียเงินค่าธรรมเนียม(อ้าว ซวยแล้วตูไม่มีเงินเวียดนามเลย) เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่รับเงินไทยน่ะครับ US อ่ะพอได้คิดหนักแล้ว ทำไงดีถ้าจ่าย US เสียเปรียบแน่ๆ
ทันใดนั้นสวรรค์ไปส่งสาวใจดีมาโปรด “ขวัญ” เธอให้เรายืมเงินด่องสำหรับการจ่ายค่าธรรมเนียนผ่านด่าน และที่ด่านนี่ผมก็ได้คุยกะ สาวน้อยคนหนึ่ง “ขวัญ”
“จิ๊บ” สาวเวียดนาม อยู่ทางตอนเหนือเยื้องๆ กับฮานอย(แต่ไม่รู้ว่าเมืองไร) เธอมาทำงานที่มุกดาหาร เธอมีความสามารถในการเพ้นเล็ป เธอบอกว่าเพ้นเล็ปรายได้ดี ดีกว่าการทำงานที่เวียดนามอีก
”ขวัญ” เรายังไม่ได้คุยกันเลย รู้แต่เพียงชื่อขวัญก็เท่านั้น
ผมขึ้นไปก้ได้สนทนากับพี่จิ๊บพอสมควรและคืนเงินพี่แกไป 40 บาทไทยแล้วก็หลับไป

1.พี่สาวใจดี 2.ลาวแล้วน่ะ 3.บรรยาการอันอึมครึมที่เวียดนาม 5.ข้าวผัดที่ห่วยมาก 6. ด่านที่เวียดนาม
อ่าวแล้ว 4 หายไปไหนว่ะ
———————————————————————————
แม่สาวค้าเงิน
ตื่นมาอีกที่ผมตกใจเเล็กน้อยเมื่อมีสองสาวชาวเวียนามเดินขึ้นมาบนรถใส่หมวกคลุมหน้าเดินมุ่งตรงมาที่พวกผมนั่งอยู่เธอมีกระเป๋าคนละใบเดินมาใกล้ผมมเห็นว่าในนั้นมันมีเงินอยู่เยอะมาก เธอเข้ามาถามผมและพวกว่าแลกเงินไหมค่ะ (ผมทำหน้าตาตกใจ เพราะเพิ่งตื่น) สอบถามราคาเรทแล้วลองต่อๆ ดูแล้วหันไปหาพี่จิ๊บ เธอยิ้มไม่ตอบแต่เมื่อสาวค้าเงินหันไปพี่จิ๊บแก่บอกว่าไม่ต้องแลกให้ไปแลกที่เว้ดีกว่าจะได้ราคาดีกว่านี้อีก ผมทำตามที่พี่จิ๊บแนะนำ
เมื่อถึงปลายทางของพี่จิ๊บ ผมแอบเสียดายที่ไม่ได้บอกลา และขอบใจพี่จิ๊บเลย เพราะพี่แกลงไปตอนไหนแล้วก็ไม่รู้ โชคดีน่ะหวังว่าเราคงมีโอกาสได้เจอกันอีก
เวลาของเราดูเหมือนไม่เท่ากัน
เข้าเวียดนามมาได้สักพักฝนก็ตกตลอด ทั้งๆ ที่เพิ่งสัมผัสกับอากาศหนาวๆ มาไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างทางจะเห็นเด็กนักเรียนปั่นจักรยานกลับบ้านทุกคนสวมเสื้อกันฝนหลากสีสันสวยงาม ดูเหมือนว่าเวลาตอนนี้น่าจะประมาณสี่โมงครึ่ง แต่ทำไมมันดูเหมือนว่าเวลาล่วงเลยมาทุ่มกว่าๆ แล้ว
———————————————————————————-
รถเลทนิดหน่อยถึงเว้ประมาณทุ่มกว่าๆ (นิดหน่อยป่ะว่ะ) จากกำหนดการคือห้าโมงเย็น จบสักทีการเดินทางที่แสนยาวนาน
————————————————————————————
หญิงสาวที่ไม่กลัวฝน
รถมาจอดที่ไหนไม่รู้ แต่เดาๆ ว่าน่าจะเป็นสถานีขนส่ง เพราะมีรถเข้าออกหลายคัน แต่ที่ทำการต่างๆ ปิดไปหมดแล้ว ผมกับพวกวิ่งมาหลบฝนที่ใต้อาคาร
ณ สถานีขนส่ง เมืองเว้
ผมได้เริ่มบทสนททนากับ”ขวัญ” เธอบอกว่าเธอเคยมากับแก๊งค์เพื่อนสาวของเธอเมื่อปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้เพื่อนๆ ของเธอไม่มีใครว่างเธอเลยตัดสินใจมาคนเดี๋ยว(อึ่งไปเลย มึงไอ่นาย)
หลังจากที่คุยกันสักพัก เธอเริ่มเล่งเห็นแล้วว่าคนอย่างผมนี่ไว้ใจได้(หุหุ) เรา(เพิ่มมาอีกหนึ่งแล้วน่ะ) ตัดสินใจเดินหาโรงแรมกลางสายฝนที่พร่ำมาเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าจะแรงขึ้นๆ และไม่มีวีแววว่าจะหยุดซะด้วย
เดินมาเกือบชั่วโมง ฝนยังไม่หยุด โรงแรมก็ยังไม่เจอ เอาหนังสือมาเปิดดูผนที่จนหนังสือเปื่อยเพราะเปียกฝน ต่างคนก็ต่างโชว์ ว่าตูนี่แหละอ่านแผนที่เก่งมาก(ตูก็เคยเรียนวิชาแผนที่มาน่ะ) แต่เดินมาเกือบจะสองชั่วโมงแล้ว กลับไป- กลับมาที่เดิม ยังไม่เจอโรงแรมเลย
————————————————————————————–
เหนื่อยแล้วทำไงดี เปียกด้วย หนักมาก ทุกคนเริ่มบ่น ผมเริ่มกังวลมากขึ้นว่าคืนนี้เราจะหาที่นอนไม่ได้เพราะว่าตอนนี้ก็สองทุ่มหว่าๆ ไปแล้ว ลำพังไอ่สองคนนั้นไม่เท่าไร แต่นี้เราดันมีลูกสาวใครไม่รู้มาร่วมทางกับเราด้วยไม่รู้ว่าจะพากันไปซุกหัวนอนที่ไหนดีคืนนี้
ชมพูสีสวรรค์
เลียงมาอีกถนนนสายหนึ่งที่หนาแน่นไปด้วยร้านคาราโอเกะ แล้วสายตาก็แอบไปเห็นป้ายสีชมพูเล็ก ตัดสินใจเข้าไปถาม เหมือนสวรรค์โปรด นี่คือโรงแรม จัดการเข้าไปสอบถามราคาเลยดีกว่า
พนักงานสาวสวยบอกว่า ห้องละ 15 UD โอ้ววววว แพงจังว่ะ ขอต่อหน่อยเหอะ แล้วสาวเจ้าก็ยกโทรศัพท์คาดว่าคงโทรไปถามเจ้าของโรงแรม เธอให้เราสองห้อง ในราคา 20 US
ห้องของผมสามคนราคา 12 US เพราะเป็นห้องที่มีสองเตียง อีกห้องของขวัญเป็นห้องเดี่ยวราคา 8 US แต่เราร่วมกันแชร์ คนละ 5 US เพราะว่าเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมกันแล้วในทริปนี้

1.เริ่มมืดแล้วในรถ 2. โรงแรมที่พัก 3.ภายในห้องพักราคา 12 US
———————————————————————————
หลังจากที่ไดที่พักเรียบร้อย เราแยกย้ายกันไปอาบน้ำ เพราะว่าทุกคนมอบแมมมาก มื้อแรกที่เวียดนาม ได้คำแนะนำมาจากพนักงานสาวสวยว่าเดินไปข้างๆ โรงแรมจะมีร้านอาหารอยู่ แต่ก่อนที่เราจะไปหาข้าวกินเรายังไม่มีเงินเวียดนามเลย แล้วจะไปซื้อข้าวของเวียดนามได้ไงล่ะ เดินๆ หาที่แลกเงินสักพัก ก็ไปจบที่โรงแรมข้าง โรงแรมนี้ดูใหญ่ หรูหร่าไม่เหมือนโรงแรมที่ผมพักหรอก
หลังจากที่มีเงินเวียดนามอยู่ในมือเราก็ไปกินข้าว ที่เวียดนามจะให้ข้าวเยอะมาก สมกัยราคา 25000 ด่อง อิ่มแล้ว ก็กลับโรงแรมที่พักเอาแรงต่อ แต่ไปเวียดนามทั้งทีมันต้องถอนสักหน่อยดิ(อิอิ) ผมกับไอ่เป้ได้ Huda (เบียร์ที่ถูกมากมาย) มาคนละสองขวด แม่ค้าบอกว่าต้องเอาขวดมาคืนด้วยน่ะ เพราะขวดละ 8000 ด่องนี่คือราคาที่ต้องคืนขวดน่ะจ๊ะ
หลังจากเหนื่อยมาทั้งวันแล้ววันนี้ขอตัวพักก่อนแล้วกัน ช่างเป็นวันที่แสนยาวนานจริงๆ
“Good night Hue”
18 comments April 21, 2009