Posts filed under 'กำลังใจ'
ให้ความรักนำทาง
………แด่เพื่อนๆทุกคน…….
ไม่รู้อ่ะ วันแต่ละวันมันมีอดีต ไม่รู้ว่าอนาคตเป็นเช่นไร แต่อดีต เราสนุกกับมันเก็บไว้เพื่อนึกถึงนั่งยิ้มไปกับมันก็สนุกมากมาย พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร อย่าท้อ…..สู้ต่อไป เรายังอยู่ข้างกันเสมอ
จาก ไดอารี ของเพื่อนคนหนึ่ง นานแล้วที่ไม่ได้เข้าไปอ่าน
อ่านไดอารีของเพื่อนคนนี้แล้วรู้สึกว่ามีความสุขจังทุกครั้งที่อ่านจะมีรอยยิ้ม แม้บางครั้งจะเป็นยิ้มที่เปื้อนน้ำตา แต่มันก็เป็นน้ำตาแห่งความสุข
ทุกวันนี้ไม่ค่อยได้เจอเพื่อนๆ คนที่รัก ชีวิตอยู่กับงาน ตลอด จนหลายๆ ครั้งหลงลืมว่าวันนี้เรามีความ ความประทับใจอะไรหลายๆ อย่าง ก็อย่างที่หญิงบอกไว้ “ แต่ละวันมันมีอดีต” แต่สำหรับบางวันที่มันเป็นอดีตที่ๆ ไม่น่าจำก็แนะนำว่าให้ลืมๆ มันไปซะ เลือกจำในสิ่งที่ดีๆ เป็นกำลังใจเพื่อก้าวต่อๆ ไปของเรา
ปล.คิดถึงเพื่อนทุกๆ คนน่ะ
14 comments November 29, 2007
มนุษย์เงินเดือน
มนุษย์เงินเดือน
เกิดเป็นมนุษย์เงินเดือน จันทร์-ศุกร์ ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อหอบสังขารที่ยังไม่พยายามตื่นขึ้นรถเมล์ BTS เรือด่วนเจ้าพระยา เข้าสู่ตึกสูงระฟ้า ทำงาน 08.00-17.30 น. ตกเย็น กว่าจะกลับถึงบ้านก็หมดแรง ต้องชาร์จแบตเพิ่มเติมเพื่อรอเช้าวันต่อไป
เช่นกันครับผมเป็นมนุษย์เงินเดือน ผมทำงานจันทร์-ศุกร์ ฉะนั้น เสาร์-อาทิตย์แพลนผมจึงยาวอย่างไม่รู้จักจบหลังจากที่เหนื่อยมาแล้ว 5 วันของการทำงาน
เสาร์
ตี่นนอนเช้าเช่นเดิมเพราะความเคยชินจากทุกๆ วัน แต่ไม่งัวเงียเพราะตั้งใจจะทำอะไรหลายๆ อย่าง เมื่อต้องเอาหมวกไปให้น้องที่ร่วมงานเพราะวันอาทิตย์จะไปปลูกป่า(ชายเลน)ที่สมุทรสงคราม น้องชวนแล้วแต่เราปฏิเสธ โดยให้เหตุผล(ข้ออ้างดีๆ)ว่าอยากอ่านหนังสือ กินข้าวเช้า กับน้องและพี่อีกคนที่แผนกแปลกแต่จริงกินด้วยกันทุกวัน วันเสาร์อยากกินข้าวคนเดียวบ้างแต่ไม่ได้หรอ จอส์ดดดดดดดดดดดดนัด
เจอน้องสิที่ TK PARK ด้วยความเป็นน้องที่ดี น้องสิต้องการที่จะเอา CD รูปมาให้เพื่อที่จะแลกกับ CD FAT CODE แต่เรายังเป็น พี่ชายที่ยังไม่ดีพอ ลืมไรท์ CD ไปให้น้อง น้องสิโดดเรียนด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ว่าจะต้องได้ CD ติดไม้ติดมือไป แต่แห้วครับเพราะพี่ชายที่ไม่ค่อยได้เรื่องต้องทำงานอย่างหนักจนลืมไรท์ CD ไปให้น้องสาวผู้ตั้งใจจะโดดเรียนพิเศษเพื่อมางานนี้โดยเฉพาะ 30 นาทีผ่านไปน้องสิบอกว่าต้องไปหาแม่ที่วงเวียนใหญ่ (ที่จริงไม่อยากอยู่แล้วพี่นายแม่งเบี้ยว อิอิ) ผมอยู่อ่านหนังสือที่ TK PARK เพราะเป็นความตั้งใจหลักๆ ของวันนี้ แต่ อยู่ได้อีกชั่วโมงเศษ ธาตุไฟเข้าแทรกครับนั่งไม่ได้แล้วหงุดหงิด ไปสยามดีกว่า แต่ก่อนไปสยามแวะพารากอนไปทักพี่ที่ทำงานเก่าก่อนเพราะพี่มาเปิดนิทรรศการของพระเทพฯ เจอพี่ๆ ที่ไม่ได้เจอหน้ามาประมาณ ห้าเดือนเศษๆ หลายๆ คนเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก พี่เล็กแอบสวยขึ้น พี่ส้มผอมลงมากๆแถมออกรถใหม่ป้ายแดง พี่กฤษตัดผมหัวเล็กลง(ไปออกทีวีมีคนทักว่าหน้าเหมือนผู้หญิงพี่กฤษแอบเคืองเหมือนตรงไหนว่ะ) พี่แอ๊ด ยังสวยเหมือนเดิม
ขอตัวพี่ๆกลับก่อนเพราะสายมากแล้วนัดพี่คนหนึ่งไว้ที่ป้อมพระสุเมรุ
ถึงป้อมพระสุเมรุ คนเยอะกว่าทุกๆ วันเพราะสุดสัปดาห์นี้มีโปรแกรมพิเศษ คือการแสดงละครของกลุ่มละครอิสระ ไปถึงเจอพี่สาวที่นัดไว้ พร้อมกับ พี่ชายมาดนักธุรกิจแต่พี่แกบอกว่าอยากเรียนต่อทางด้าน วารสาร และพี่สาวผู้ใจดีอีกคนเพราะพี่แกเป็นคุณหมอเด็ก ละครสนุกดี(หนูน้อยหมวกเแดง) แอบเห็นพี่แกขำตลอดเพราะเรานั่งหลัง(ก็ไปช้าไง) ละครจบ เจอเพื่อน และแล้วพี่ๆ ก็ขอตัวกลับทั้งๆที่ยังไม่ได้คุยกันเลย เราเลยไปนั่งที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากับเพื่อนอีก 3 คน นั่งคุยถึงเรื่องสมัยเป็นนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ เรื่องราวต่างๆถูกเล่าโดยเพื่อนแต่ละคนอย่างไม่มีวี่แววว่าจะจบลงตอนไหน ในที่สุดเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้นมีนกหวีดจากเจ้าหน้าที่เป็นสัญญาณว่า 5 ทุ่มแล้วนะครับสวนปิดแล้ว ซึ่งผมกำลังหาแสงสว่างเขียนโปสการ์ดถึงพี่สาว ผมขอแป๊บนะพี่ เสร็จเราจึงเคลื่อนขบวน กันไปที่ INDY BAR พระอาทิตย์ ที่นั้นมีเพื่อนอีกคนนั่งอยู่กับ พี่อีกคน และน้องอีกคน ทั้งสามคนเรียน รัฐศาสตร์ ทั้งสามคนเรียนธรรมศาสตร์ เพื่อนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าเราเจอกันก่อนที่สยามมันบอกว่ารีบกลับมหาลัยฯเพราะจะรีบไปแตะบอล(อำนี่หว่า)
อาทิตย์
ตื่นสายนิดหน่อย เกือบ 10.30 โมง เริ่มต้นด้วยการมุ่งตรงไปศิริราชเพื่อที่คาเฟอีน ร้านประจำเขาทะลุ ที่ครั้งก่อนลืมแสตมป์ member ให้เรา 1 ครั้ง วันนี้ไม่ยอมเปิด ผมถามกลับไป “พูดจริงพูดเล่น” พี่แกย้ำกลับมา ไม่เปิดจริงๆ วันนี้ไม่ว่าง แต่เปิดร้านดอกไม้ อุปกรณ์การทำกาแฟครบ ผมแอบ งง ไม่เป็นไรงั้นผมจะไปเดินวังหลังดีกว่า หากาแฟกินด้วยเผื่อติดใจจะได้ไปเป็นขาประจำร้านใหม่ ฮึฮึ ได้กาแฟ แต่คิดว่าคงไม่เป็นขาประจำเพราะไม่อร่อยเท่า ร้านประจำเดินวัง
หลังได้กระเป๋ามา 1 ใบ เริ่มปวดขาแต่ไม่ยอมแพ้ ข้ามไปท่าพระจันทร์ต่อดีกว่า ท่าพระจันทร์ร้านเดิมๆ ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่หวือหวา ไร้รสชาด แต่ได้โปสการ์ด มา 1 ใบ แวะเข้าไปนั่งใต้ตึกศิลปกรรมศาสตร์เพื่อไปเขียนโปสการ์ดถึงพี่สาวที่อยู่ต่างจังหวัด แล้วผมก็ไปจตุจักร
มุ่งตรงไปที่ร้าน ZOO SHOP เพราะมีพี่ประจำอยู่ที่นั้น แต่วันนี้ไปไม่เจอเพราะพี่แกออกไปเป็นเดือนแล้วแต่ไม่แจ้งเราให้ทราบล่วงหน้า เราเดินต่อไป ต่อไป ต่อไป วันนี้อยากซื้อกางเกง กับเสื้อ แต่ตอนนี้กำลังควักเงินจ่ายค่าเข็มขัด 350 ผิดวัตถุประสงค์ งั้นเดินหน้าต่อไป ต่อไป ต่อไป เสื้อสวย แต่กางเกงอยู่ไหนหาร้านไม่เจอ เดินเป็นเวงกตอยู่ 3 รอบหาไม่เจอ(มันจะเจอได้ไงมันอยู่คนละล็อกเว้ย) ย้ายมาอีกล็อก ถึงเจอ ได้กางเกง แต่ยังไม่ได้เสื้อ คิดไว้ว่าคราวหน้าต้องไปสอยมาให้ได้เพราะวันนี้ไม่มีเวลา เพราะเย็นแล้วต้องรีบกลับ พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกแล้ว
16 comments November 19, 2007
แล้วเราก็มาใกล้จะถึง
หนึ่งอาทิตย์หลังจากที่ตัดสินใจบางอย่าง วันแรกรู้สึกแย่ๆยังไงไม่รู้
ระยะทางการกลับที่พักมันช่างยาวไกลมาก ถามตัวเองตลอดเวลา เรามาทำไรที่นี่
วันสอง-สาม ผ่านไป ความรู้สึกเริ่มดีขึ้น หลายๆ อย่างเริ่มเข้าที่
ผ่านไปห้าวัน รู้สึกดีขึ้นมากๆ ตอนนี้รู้สึกว่าพร้อมแล้วกับการเริ่มต้นที่นี่
แต่หลายๆอย่างยังไม่ได้รู้-เห็น บางอย่างยังบอกไม่ได้ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด
เมื่อวานเป็นวันแรกที่เราได้เจอกับหัวหน้า และเพื่อนๆร่วมงานหลังจากที่หลบไป
ฝึกฝีไม้ลายมามากับแผนก Trainner มาห้าวันเต็มๆ
พี่ ๆ ที่แผนก ดูจะตื่นเต้นกับการมาใหม่ของเรา เราก็ดูตื่นเต้นยังไงไม่ไร้
แปลกแต่จริง มันดูแบบเขินๆ นิดๆ ไม่รู้จะทำตัวอย่างไง
สรุปแล้วก็โอเค
12 comments July 7, 2007
My Ways
ทางที่ทุกคนเลือกที่จะก้าวเดินทากคนต้องคิดอย่างดีแล้วว่าทางนี้เหมาะสำหรับตัวเองที่สุด
แต่วันนี้ผมเดินมาถึงทางแยกที่ต้องเลือกเดินแล้วว่าผมจะเลือกเดินทางไหน
บางคนเลือกทางเดินของตัวเองได้ แต่บางคนไม่เคยแม้จะเลือกทางเดินของตัวเอง
ทางของผมไม่มี ซ้าย-ขาว ทางเลือกคือ ก้าวไปข้างหน้า กับถอยหลัง
ผมเลือแบบแรกคือการก้าวไปข้างหน้า โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือเปล่า
และก็ไม่รู้เหมาะกับตัวเองหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าการก้าวไปข้างหน้า กับก้าวถอยหลัง
ผมว่าการก้าวไปข้างหน้ามันง่ายกว่าการก้าวถอยหลัง
หลายต่อหลายครั้งกว่าที่ผมจะมายืนอยู่จุดนี้ผมล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้ง
แต่มันไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่เพราะผมมียารักษาที่ดีถึงแม้จะเจ็บมากแค่ไหนผมก็รู้สึกว่าผมหายเร็ว
ผมว่าการก้าวไปข้างหน้ามันง่ายกว่าการก้าวถอยหลังและอีกอย่างการก้างถอยหลังมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะล้ม
แต่การก้าวไปข้างหน้าของผมจะเป็นไปอย่าค่อยเป็นค่อยไป
หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาผมพยายามวิ่งเพื่อให้ถึงจุดหมายเร็วกว่าเพื่อน
และอีกหลายต่อหลายครั้งผมล้ม ผมเจ็บ มันมีแผล มันเจ็บกว่าการเดินล้ม
อาจเป็นเพราะแรงกระทำเยอะแรงต้านก็เยอะตามตามกฎธรรมชาติ (Action=Reaction)
ทุกก้าวต่อไปนี้จะเป็นไปด้วย ก้าวที่มั่นใจ ขาที่แข็งแรง หัวใจที่พองโต
เอาว่ะสูดหายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองลองซักตั้งจะเป็นไรไป สู้วุ้ย
5 comments June 19, 2007