เงียบ
ช่วงนี้จะเงียบ เพราะแอบไปเล่น multiply มา และตอนนี้ก็กำลังเบื่อ Multiply แล้ว
ไม่ต้องแปลกใจ
ไม่ได้หายไปไหน
ยังอยู่ที่เดิม
ฝากเสียง ฝากข้อความไว้ได้
แล้วจะกลับมาเล่นต่อเมื่อมีอารมณ์
ขอไปเตรียมตัวเพื่อการออกเดินทางก่อนน่ะ
ฮิฮิฮิ
Add comment September 29, 2008
The Happy Life
ดนตรี มิตรภาพ ความหวัง
เมื่อไรแล้วที่เราหลงลืมความฝันนั้นของเราไป ผมเองจำไม่ได้ว่าผมได้ทำในสิ่งที่รักมากน้อยเพียงใด
หลงลืมความฝันไปเมื่อไร บางครั้งสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้บอกไม่ได้ว่ามันเป็นการวิ่งหนีความฝันหรือเปล่า
บางครั้งไม่ช่ายว่าเราไม่ได้ไล่ล่าความฝัน แต่ด้วยหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไปเราไม่สามรถสานฝันนั้นได้
มีพี่คนหนึ่งเคยถามว่า ความฝันของผมคืออะไร บอกตรงๆ ตอนนี้ผมตอบไม่ได้จริงๆ
อาจจะเป็นเพราะว่าผมหยุดฝันนั้นมานานจนเกินไป เวลาที่ใครมาถามเรื่องนี้ผมจึงไม่มีคำตอบให้
ผมอาจไม่ได้บริหารความฝันผมมานาน ทุกวันนี้มันจึงดูเลื่อนลาง และไม่ค่อยที่จะเป็นระเบียบเท่าไร
แต่สำหรับคนที่บริหารฝันมาอย่างดี ฝันของเค้านั้นจะชัดเจน และแข็งแรง
ผมเคยมีช่วงเวลาที่บริหารและจัดการฝันอย่างดีมาแล้วช่วงหนึ่ง แต่ผมก็ทำมันได้ไม่ค่อยดีเท่าไร
แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงที่ผมได้สนุกและเรียนรู้กับมันมาก
หลังจากที่ผมดูหนังเรื่องนี้จบ ผมตั่งคำถามตัวเองว่า “ความฝันของมรึงคือไร” “มรึงได้ทำมันหรือยัง แล้วถ้ายังไม่ได้ทำ แล้วจะรอเวลาอะไร “คำตอบยังคงเลือนลาง แต่ผมว่ามันจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
การไม่ละทิ้งความฝัน แค่บางครั้งมันหลงลืมไปบ้าง แต่สุดท้ายทุกคนไม่ลืมว่าความฝันของทุกคนคือไร
ชอบหนังเรื่องนี้จังเลย ถ้ามีโอกาสอยากให้เพื่อนๆ เราไปดู และคนที่เรารู้จัก หรือใครๆ ก็น่าจะไปดูหนังเรื่องนี้น่ะบอกได้คำเดียวว่าไม่ผิดหวังแน่นอน จริงๆ
8 comments July 29, 2008
ทะเลแสนงามที่เมืองปราณบุรี
หลังจากทำสงครามตัวหนังสือกับเพื่อน ผมตัดสินใจที่จะไม่ไปสัมมนาของภาควิชา (รับน้องนั้นเอง) ในวันพฤหัสบดี แต่แล้วในที่สุด เย็นวันศุกร์ผมก็กลับไปเก็ยกระเป๋าเพื่อไปลันล้าที่ทะเลเมืองปราณบุรี
ตลอดการเดินทางเรามีเกมส์มาเล่นกันเพื่อไม่ให้การเดินทางของเป็นไปอย่างครึกครื้นสนุกสนาน (ลืมบอกไปว่าน้องๆ ได้จัดรถให้พี่ๆ บัณฑิตแยกมาอีก 1 คัน) โดยโปโมเตอร์มือหนึ่งของภาควิชาเกมส์ไม่ยากแค่นับ 1-3 แค่นี้แต่มีบางคนซัดไปสะ 6-7 จอก กว่าจะนอนได้ก็ตีสามครึ่ง แต่ผมไม่ได้นอนเพราะว่าอยู่ต่ำแหนงที่แอร์ลงหนาวมากกกกก
บรรยากาศตอนเช้าที่ทะเลปราณฯ
ไปถึงที่พักตีห้าครับแต่ไม่สามารถเข้าห้องพักได้น้องๆ บอกว่าจะเข้าห้องพักได้ต้องรอ 11 โมง แต่โชคดีที่น้องหาที่พักให้เลยได้งีบนิดหน่อย ก่อนที่เราจะมีเล่นเกมส์นับเลขกันต่อ
สายๆ มีกิจกรรมรอดซุ้ม ของน้องๆ ปี 1 หลังจากที่โดนพี่ๆ เอาไปเข้าฐานมาแล้ว กิจกรรมเข้าฐานเป็นกิจกรรมที่น้องๆ ปีหนึ่ง โดยระหว่างทางก็จะมีพี่ๆ ค่อยเล่นด้วยความสนุกสนาน ระยะทางที่น้องๆ ปี 1 ต้องรอดผ่านเข้ามาเหมือนกับช่วงชิวิตของน้องๆ ที่กำลังก้าวเข้าสู่ชิวิตของการเป็นนักศึกษา
เตรียมรอดซุ้มครับ
หลังจากนั้นก็เป็นกิจกรรมเข้าฐาน พี่บัณฑิตมีเกมส์มาให้น้องๆ เล่นเหมือนเดิมเราใช้ชื่อว่า “ถ้าคุณแน่อย่าแพ้พี่บัณฑิต” 555 + แล้วเราก็สามารถจารึกลอยโง่ไปให้น้องๆ ได้หลายเส้น
“ถ้าคุณแน่อย่าแพ้พี่บัณฑิต”
จากนั้นก็เป็นการสัมมนาโดยอาจารย์และพี่บัณฑิต เดี่ยวกับภาควิชา ว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร จบแล้วไปทำงานไรได้บ้าง เสร็จแล้วก็แยกย้ายพักผ่อนก่อนที่จะทำกิจกรรมต่อ พี่บัณฑิตแยกตัวออกมาเล่นบอลกันอย่างสนุกสนาน และอีกส่วนก็นั่งสนทนาสารทุกข์ หลังจากที่บางคนไม่ได้เจอะเจอกันมานาน
แย่งธงรุ่น เป็นภาระกิจที่น้องๆ ปี 1 จะพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามัคคีของชั้นปี โดยจะให้น้องใช้ความสามารถของตัวเองก่อน เมื่อไม่สามารถทำได้ จะให้ขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ กิจกรรมนี้ให้น้องๆ ปี 1 แสดงความสามัคคี การทำงานเป็นกลุ่ม การรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และที่สำคัญ แสดงให้เห็นว่าพี่ๆ พร้อมที่จะช่วยเหลือน้องๆ ทุกเมื่อ
น้องๆ เตรียมตัวแย่งธง
พี่พร้อมกับกิจกรรมแย่งธง
หลังจากแย่งธงเสร็จเพื่อพิสูจน์ความสามัคคีของน้องๆ ปี 1 เรียบร้อย ก็เป็นกิจกรรม “สะพานดาว” คล้ายๆ กับการเอาคืน แต่ความหมายมันมีมากกว่านั้นมันแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมทั้งหมดทั้งปวงพี่ๆ ต้องการสืออะไรให้น้อง เป็นด่าานสุดท้ายที่พี่ๆ ทุกรุ่นให้รุ่นน้องๆ กิจกรรมนี้อาจจะเห็นน้ำตาของน้องๆ ปีหนึ่งหลายๆ คนเพราะนี่คือบทพิสูจน์ว่าพวกเค้าทำได้ และผ่านทุกๆ กิจกรรมมาด้วยกันกับเพื่อน น้ำตาแห่งความปราบปลื้ม และความภูมิใจของตัวเองต่างหลั่งไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้
กิจกรรมสะพานดาว
บายศรีสู่ขวัญก่อนจะนอน เป็นการรับขวัญน้องๆ อย่างสมบูรณ์แบบ
เสร็จกิจกรรมทุกอย่างก็ล่วงเวลาเกือบตี 2 แต่พี่บัณฑิตอย่างเราๆ มีหรอจะนอน ต้องมานั่งเล่นเกมส์นับเลข แพ้ต้องยก 1 จอก แล่นเอาตี 4 ครึ่งกว่าจะได้นอน และวันรุ่งขึ้นต้องตื่นนอนแต่เช้าเพื่อที่จะมาถ่านรูปรวมและถ่ายรูปสายเป็นอันเสร็จกิจกรรมทั้งหมด
บายศรีสู่ขวัญ
รวมพี่บัณฑิต
เฮฮากันสุด
ต่างคนต่างคลีเอทท่าให้ CooL
Cool มากมาย
11 comments July 9, 2008
วันที่โลกช่างโหดร้าย
หลายวันที่ผ่านมา หลายเรื่องราวที่พบเจอ หลายครั้งทำให้เรารู้สึกว่าทำไมโลกนี้มันช่างโหดร้ายกับเราเช่นนี้ แต่ละวันที่ผ่านไปเราได้เรียนรู้อะไรกับมันบ้าง บางครั้งกลับมานั่งคิดทบทวนเราไม่ได้โตขึ้นเลยจากประสบการณ์ที่ผ่านมา กลับกัน บางครั้งเรายิ่งทำตัวเด็กลงเรื่อยๆ คือพยายามไม่เข้าใจกับคำถามของสังคมที่เกิดขึ้น
การที่เราพยายามตอบกับตัวเองว่าเราโตขึ้นจากการเรียนรู้จากประสบการณ์ นั้นเป็นเพียงแค่ข้ออ้างก็เท่านั้น หลายครั้งเรายังหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อปกป้องหัวใจดวงน้อยอันเปราะบางของตัวเอง
การวิ่งหนีออกจากโลกความเป็นจริง หลายคนกำลังทำอยู่ การเรียนรู้ที่จะยอมรับกับเหตุการณ์ต่างๆ บางครั้งมันไม่ได้ทำให้เราแข็มแข็งขึ้น แต่กลับทำให้เราอ่อนแอลงอย่างฉบับพลันเนื่องจากบาดแผลภายในจิตใจที่ถล้ำลึกจนยากเกินจะเยียวยา
บอกไม่ได้ว่าพรุ้งนี้จะแข็มแข็งเป็นคนเดิมได้หรือเปล่า
14 comments July 3, 2008
ชิวส์ สุดๆ
ละครเวทีไม่สุกเท่าที่คิดไว้ อาจเพราะเราคาดหวังไว้เยอะอดดู Paradox เพราะมั่วดูละครเวที
ช่วงนี้นอนดึก บ้างคืนแทบไม่ได้นอน เป็นสัปดาห์แห่งการสังสรรค์
เลี้ยงส่งเพื่อนลาออก เลี้ยงวันเกิด
ร่างกายเริ่มรับไม่ได้ แต่ยังนอนดึกอยู่
อยากไป T-Shirt ไกลจังเมืองทอง แต่มีหลายวงที่อยากดู อยากได้เสื้อ
งานเพชะฯ มีวันเสาร์นี้
ตอนนี้ลิโด้มีหนังที่ยังไม่ได้ดูเกิน 3 เรื่อง ต้องไล่ดูให้หมด
อาทิตย์ที่แล้วไปดูโลโมเจอแล้วแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ
ไม่ค่อยได้คุยกับหัวหน้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
สไลด์ Hi5 ไปเม้นของคนอื่นไปทั่ว เล่นเอางง!! เราไม่รู้เพระาไม่ได้ทำ อ๋อเป็นที่ระบบยังแก้ และหาคำตอบไม่ได้
แม่ลงมากรุงเทพฯ แต่ไม่ได้เจอกัน ประชุม และติดเรียน
สิวขึ้นสองเม็ด นั้นไม่ใช่ปัญหายังหล่อเหมือนเดิม (จะอ๊วก) 555+
หนังสือซื้อมาแทบจะท้วมห้องแต่ไม่ได้อ่าน
9 comments May 29, 2008
ท่ามกลางดวงดาว
บี พีระพัฒน์ เนื้อเพลง ท่ามกลางดวงดาว
ในคืนนี้ มีดาวอยู่เป็นร้อยพัน
ช่วยกันทอแสงประกาย
กล่อมเธอให้นอนฝันดี
ไม่มีใคร สิ่งใดจะทำร้ายเธอ
ความเหนื่อยล้าที่เจอ
จบแล้วอย่าห่วงอะไร
* หลับตาปล่อยหัวใจให้ฟัง ให้ค่ำคืนยาวนาน
** จะพบเธอในความฝัน ในรักที่ฉันมีอยู่
ไม่มีสิ่งไหน จะพรากเธอจากฉันไป
ให้เราพบกันในความฝัน
สวรรค์จะดูแลเธอ
เฝ้ามองกัน อยู่ในฝันที่แสนสวยงาม
ไม่มีใคร สิ่งใดจะแทนที่เธอ
ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนภาพเธอข้างในหัวใจ
อยากขอบคุณ ขอบคุณสักพันล้านคำ
จดจำไว้ทุกๆ อย่าง
และเก็บเอาไว้ท่ามกลางดวงดาว
(ซ้ำ *, **, **)
7 comments May 15, 2008
Melody of life
หลังจากที่เตรียมร่างกายให้พร้แมเพื่อเตรียมตัวรับมือกับงาน Melody of life
วันแรก
เนื่องจากวันนี้นัดน้องสาวคนหนึ่งไว้ผมไปถึงก่อน ได้ดู Lipta คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไรเพราะว่าเป็นวงแรกๆ ก่อนหน้านั้น ETC เล่นที่เวทีใหญ่น้องที่นัดมาถึงแล้ว แต่ ETC ยังเล่นไม่จบ Monotone เล่นต่อบอกตามตรงว่าดู Monotone มาเยอะแต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่พี่ใหญ่ทำได้ดีที่สุด โคตรเท่เลยเลย หลังจาก Monotone ก็เป็นทีของเหล่าสาวๆ เพราะ ToR+ ขึ้นมาร้อง เพลงรักโต๋ หลายยคนอาจยังไม่เคยฟังเพราะมันเป็นเพลงดันแปลงของรักเธอ แต่เหล่าแฟนคลับแต่งให้โต๋เค้าแหละ ได้ดู Slur แต่เข้าไม่ถึงเพราะผู้คนเยอะมากดู Slur มาหลายครั้งแต่ก็ยังเหมือนเดิม คือเล่นสดไม่มันส์เท่าที่ควร ผมกลับมายึดหลักอยู่ที่เวทีกลางอีกครั้ง พี่ตุล Tattoo Colour กับอัลบั้มที่ 8 โดดได้นิดหน่อยแต่ที่เสสียเหงื่อสุดๆ ต้องให้ Scrubb สุดยอดดดดดดดดดดดด ถึงกับเปียกไปทั้งตัว โดด แล้ว โดดได้อีก โดด แล้วก็โดดอีก สุดยอด มันที่สุด
Friday เล่นแล้วน้องสิก็จากเราไปแล้วไม่กลับมาเจอกันอีกเลยโทรไปก็ไม่รับ ก่อนหน้านั้นไปดูบลอ จารุลักษ์ด้วยกัน หลังจากนั้นหายเงียบ แต่โชคดีที่เราเจอเพื่อนโคตรโชคดีงั้นเราคงดูอย่างไม่สนุก เมื่อวานเพื่อนก็มาแต่เรามากับน้อง วันนี้มันมาอีก งั้นเราไปโบก Friday กันดีก่า 555+
พี่บอยขนเพลงซึ้งๆ มาร้องให้เราฟัง แต่ไมคนมันเยอะอย่างงี้ว่ะ ผมขอตัวหลลไปดูลูกทุ่งเด็กแนว Richman Toy โห่คนล้นเลยครับไม่น่าเชื่อว่าคนจะล้นหลามขนาดนี้ได้แต่แอบยืนมองอยู่ข้างบน รอดู 7th Scene
Groov Flur Modern dog ไม่ต้องบรรยายน่ะ ผมโดด แบบไม่ยั้ง
และผมพิสูจน์แล้วว่าใครที่สามารถ โดด 3 วงนี้ติดต่อกันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยนั้นแสดงว่าคุฯบังไม่แก่
555+
ผมสามารถครับ
โชว์ของพี่ใหญ่ที่ผมคิดว่าดีที่สุด
เข้าไม่ถึง Slur
นุ่มนวลอย่างพี่บอย-ตรัย
2 comments May 13, 2008
เชียงใหม่ I love you ภาคส่งท้ายความสุข
วัยรุ่นหนุ่ม-สาวที่มาออกกำลังกายตอนเช้า
ลังจากที่โทรหาบีมและนัดแนะให้มารับยังที่พักแล้วเรามุ่งหน้าไปที่ประตูท่าแพที่ตรงกันข้ามจะเป็นถนนคนเดินเปิดทุกๆวันอาทิตย์ รอบจะมาหนุ่มสาวชาวเส้าหลินพากันมาออกกำลังกายอย่างขมักเขม้นจากนั้นเราก็มุ่งหน้าต่อยังกาดหลวงเพื่อการตามหา “โหน่งปาท่องโก๋” เดินรอบกาดหลวงอยู่ประมาณสามรอบทั้งๆ ที่มีหลายร้านบอกว่าร้านโหน่งหยุดสงกรานต์ แต่ยังมีหลายร้านที่บอกว่าวันนี้ร้านเปิด(ชี้ไปทางโน้นที่ทางนี้ที) เราจึงไม่ลดละความพยายาม และแล้วเราก็มาเจอร้านปาท่องโก๋หน้าศาลเจ้า ปาท่องโก๋ดูหน้ากินใช่หยอก เราจึงหยุดพักขาที่ร้านนี้ก่อนแล้วหยิบปาท่องโก๋มาเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วตามด้วยน้ำเต้าหู้ สุดท้ายบีมอยากรู้ว่าร้านที่เรานั่งอ่ะคือร้านโหน่งหรือเปล่าเพราะบีมบอกว่าได้ยินชื่อมานานแต่ยังไม่เคยมาลิ้มลองรสชาด สุดท้ายผมต้องไปถามพี่คนขาย
“พี่ครับนี่ใช่ร้านโหน่งหรือเปล่าครับ”
“โหน่งไหนครับ ไม่ใช่ครับ”
แป๋วหน้าแตกเลย แต่ก็โอเค พอรับได้
หลังจากที่ได้อาหารลงท้องเรียบร้อยเราก็ไปเดินดูอาหารตา วันนี้กาดดอกไม้ไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควรเนื่องด้วยเหตุผลเดียวกับที่ร้านโหน่งปาท่องโก๋ไม่เปิดทำการ หลายๆ ร้านเริ่มทยอยตั้งร้านเราเดินรอบๆ ก็รู้สึกดีแต่น้องบีมบอกว่าปกติจะมีเยอะกว่านี้ ออกจากกาดหลวงเรามุ่งตรงไปที่ “ขัวเหล็ก” ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกหรือเปล่า หรือที่หลายๆ คนรู้จักกันในสะพานรักเพื่อนสนิทนั้นแหละ
กาดดอกไม้ ที่กาดหลวง
เรื่องโรแมนติกทุกเรื่องเริ่มต้นที่คำทักทาย
สัเกตดีๆ ว่ามีไรแตกต่าง
แดดเริ่มแรงผมเสนอว่าเราจะไปเปลี่ยนรองเท้า และผมจะกลับไปเก็บกระเป็าเพื่อที่เราจะได้เที่ยวต่อกันแบบยาวๆ เพราะว่าตอนนี้ผมได้แยกตนมาเป็นอิสระจากทางคณะทัวร์เหลือเวลากลับเท่านั้นที่เราจะต้องรวมกันอีกครั้ง หลังจากที่จัดการธุระเสร็จเราก็ไปหาไรกินกันอีกแน่นอนหนีไม่พ้นวาวี เราเลือกที่ นิมานซอย 4 ก่อนหน้านั้นบีมพรีเซนต์ “หมูปิ้งคุณพ่อ” ครั้งแรกที่ผมเห็น โอ้ววววววววว ทำไมมันสุดยอดเช่นนี้ นั้นไม่ได้หมายถึงรสชาติ แต่ผมหมายถึงความตั้งใจหลายๆ อย่างผมรู้สึกได้ถึงความตั้งใจของเจ้าของร้านที่จะทำให้หมูปิ้งของเขาออกมาในลักษณะนี้ แต่ก่อนบีมบอกว่าร้านนี้เค้าจะไม่ใช้ถุงพลาสติกเลย แต่ด้วยเหตผลที่ว่าเวลาผู้ชายออฟฟิสที่ซื้อไปกินมักจะชอบใส่เอาไว้ที่กระเป๋าเสื้อทำให้เสื้อเลอะเทอะ เค้าจึงปรับมาใส่ถุงพลาสติกเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
ถึงร้านกาแฟวาวี ซอย 4 ค่อนข้าเช้ามากๆ ร้านยังไม่ค่อยมีคนที่เห็นอยู่ก็ 2- 3 คนเราจึงเลือกที่นั่งได้ตามสบายและที่เราทำเหมือนกับว่าร้านัท้งร้านเป็นของเราก็เพราะว่าเราจะเล่นถ่ายรูปกันจนพนักงานแอบมามองแล้วก็หัวเราะกันยกใหญ่
เดินกันต่อที่นิมานฯ ซอย 1 หลังจากที่เมื่อคืนหลายๆ ร้านปิดเนื่องจากเรามาดึกจนเกินไป บีมบอกว่าซอยนี้เป็นซอยที่รวมร้าน HIP เอาไว้ ร้านแรกที่เราแวะแต่ร้านยังไม่เปิดอีกเช่นเคยคือร้าน “แมวใจดี” ร้านนี้เป็นเจ้าของเดียวกับ หมาใจดำ ต่างกันที่ว่าแมวใจดีเป็นร้านที่ขายเทียน ส่วนหมาใจดำนั้นเป็นชี่อสุรากลั้นยี่ห้อหนึ่ง ออกจากแมวใจดีเราก็ตรงไปที่ สุริยัน-จันทรา อ้าาาาา คราวนี้ร้านเปิด เราได้ย้ำกรายเข้าไปภายในร้าน ภายในร้านออกแนวภารตะนิดๆ เจ้าของร้านใจดีมาเค้าบอกว่า “เชิญถ่ายรูปได้ตามสบายน่ะครับ” นี้ก็เป็นความประทับใจครั้งที่สี่แล้วของผม
หน้าร้านแมวใจดี
ทำเลทองที่สุริยัน-จันทรา
ออกจากร้านสุริยัน-จันทรา บีมพาเดินข้าถนนมาที่บล็อกร้านเล่า ข้างมีร้านแบเกอร์รี่ที่บีมมาประจำเพราะอร่อยแต่วันนี้ร้านไม่เปิด ดูเหมือนว่าหลายๆ ร้านจะไม่ค่อยเป็นใจให้กับเราเท่าไรหนัก เราจึงมุ่งตรงไปที่อ่างแก้วภายในรั้วของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รอบๆ อ่างแก้วจะมีนักศึกษามานั่งอ่านหนังสือ บ้างมานั่งวาดรูป ดูแล้วเพลิน เราแวะที่สหกรณ์ มช. ไม่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนแต่ผมอยากแวะก็เท่านั้น แล้วเราก็ไปทัวร์ที่หอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บรรยากาศดีมากๆ ย้ำดีมากๆ (แอบคิดในใจว่าทำไมเราไม่คิดที่จะเรียน มช. แต่มาคิดตอนนี้ก็สายไปแว้ว) ขึ้นไปที่อ่างเกษตร ข้างบนจะมองเห็นรอบๆ เมืองเชียงใหม่ แต่วันนี้ทรรศนียภาพไม่ค่อยดีเท่าไรเนื่องจากหมอกลงเราจึงมองเชียงใหม่ในแบบที่มัวๆ
อ่างแก้วภายใน มช.
ก๊วยเตี๋ยวในสวนอารมณ์ดี ฟังชื่อก็รู้สึกดีแล้ว ร้านตกแต่งสไตล์สวนสบายๆ แต่ที่ดูโมเดิ้ลมากสำหรับร้านนี้คือห้องน้ำสวย ข้างในร้านตกแต่งดูดี เพลงที่ใช้เปิดโคตรโมเดิ้ลเพราะหาที่ไหนไม่มีหรกร้านก๊วยเตี๋ยวเปิดเพลงสากลคลาสสิก หาได้ที่นี้เท่านั้น ก๊วยเตี๋ยวในสวนอารมร์ดี ต่อด้วยร้านป้าน้องน้ำส้มสวนสุขภาพสัดน้ำส้มไปเต็มๆ บีมพยายามพาไปหาลูกชิ้นหรือเปล่าไม่แน่ใจที่หอพักแพทย์แต่วันนี้ไม่ขายเราจึงเลยไปที่ iberry สาขาเชียงใหม่บนถนนนิมานฯ ที้ร้านตกแต่งได้โดนใจเป็นที่สุด หน้าร้านจะมีชิงช้าใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่

ร้านก๊วยเตี๋ยวในสวนอารมณ์ดี
ท่านประท่านเหมายืนรอหน้าร้าน
หน้า iberry
ไปเชียงใหม่แล้วก็ไม่พลาดที่จะเอาแพนด้ามาผาก
สุดท้าย ขอขอบคุณชาวคณะทุกคนที่ก่อให้เดิดทริปนี้
ขอบในไกด์สาวผู้ใจดีที่พาทัวร์เชียงใหม่
ขอบคุณถนนนิมานฯ ที่ทำให้ทริปเชียงใหม่มีสีสันขึ้น
สุดท้ายขอบคุณเชียงใหม่ ที่ทำให้ชายกลางหลงรักอย่างหัวปลักหัวปลำ
13 comments April 29, 2008



































